.............................................................
 
 
 
 
 
 
 
F5
 
 
 
 
    สวัสดีค่ะ =w='' วันนี้เจ้าของบล็อกขอก็หลงวาเลนไทน์ซักวัน
ขอเขียนเชิงบ่นเรื่องรักแรกซักหน่อย ฮ่าาา วันนี้มาเเบบน้ำเน่า =w='''' ไม่ใช่ตัว จขบ เลยนะ!!!
เเต่มันมีเหตุผล ฮ่าาา ไว้ จขบจะบอกทีหลัง
   
 
 
    เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน เมื่อเจ้าของบล็อกได้รู้จักรุ่นพี่คนหนึ่งที่โรงเรียนกวดวิชา
จำได้ว่าเจ้าของบล็อกเรียนกวดวิชาภาษาอังกฤษคอร์สของ ม.6 [ถึงจะยังเรียนที่ รร ไม่ถึง
เเต่มันว่างเลยเรียนล่วงหน้าไปไกล =A='] รุ่นพี่คนนี้อยู่ ม.6 เป็นคนที่ชอบเเต่งคอสเพลย์
ซึ่งเมื่อ 3 ปี ก่อนเจ้าของบล็อกก็ยังไม่รู้จักคอสเพลย์ซักเท่าไหร่ 
เเต่ก็ชอบดูการ์ตูนมากอยู่เเล้วเป็นพื้น เวลาเลิกเรียนก็ชอบนั่งคุยกับรุ่นพี่คนนี้อยู่เป็นประจำ 
คุยกันมาได้ 1 ปี ประมาณนั้น รุ่นพี่ก็ชวนเจ้าของบล็อกไปเเต่งคอสเพลย์
เพราะในตอนนั้นคนร่วมโปรขาดพอดี เจ้าของบล็อกก็ใจง่าย ไปก็ไป
ถึงจะยังไม่เเน่ใจว่าชอบเเต่งคอสเพลย์จริงๆรึเปล่า
เเต่ก็อยากลองเหมือนกันเลยได้เเต่งคอสเพลย์ตัวเเรกเป็นท่าน เคาน์พันปี
[เป็นชุดเเบบมาสคอร์ดตามสวนสนุก ... ร้อนมาก] 
 
 
 

    หลังจากครั้งเเรกที่ได้เเต่ง เจ้าของบล็อกก็เกิดสนุก เเละ มีความสุขกับการเเต่งคอสเพลย์
อย่างไม่รู้ตัว ระยะหลังๆจึงได้มีโอกาสช่วยรุ่นพี่คนนั้นทำออฟคอส [เช่น ช่วยติดกาว ทาสี]
ยิ่งทำก็ยิ่งสนุก ถึงจะไม่มีทักษะทางนี้เเต่ก็ติดใจไปซะเเล้ว ไหนจะวิกสีเเปลกๆที่ไม่เคยเห็น
ไหนจะวิธีเเปลงร่างผู้ชาย(คุณรุ่นพี่นั้นเเหละ) ให้เป็นผู้หญิงอีก จนวันหนึ่งรุ่นพี่มาบอกว่า
 
 
 
 
       
   "อีกสองอาทิตย์จะคอสโวคัลลอยด์  เราจะคอสไหม... ว่าแต่ เรามีตัวที่ชอบรึเปล่า"    
 
        "ชอบลูกะ"  
 
ในตอนนั้นเจ้าของบล็อกชอบลูกะมาก... เพราะเสียงเพราะ เสียงที่ดูเป็นผู้ใหญ่ กับรูปลักษณ์คาเเร็คเตอร์           
 
 
 
     "โอเค... เดี๋ยวจะคอสเพลงนี้นะ เอา รูป ไปดู ฟังเพลงให้ร้องให้ได้ อีกสองอาทิตย์เจอกัน" 
 
 

      ตกปากรับคำไป ก็นั่งบ้าอยู่กับเพลง JBF ในมือถืออยู่นานมาก(เเต่ไม่ได้ดูพีวี //โดนฆ่า)
ถึงวันคอส ก็วุ่นวายกันหน้าดุเพราะรุ่นพี่บอกว่า วันนี้เพื่อนมาจาก ต่างประเทศ ช่วยดูเเลให้ด้วย
(เห็นเราพูดภาษาอังกฤษคล่องเลยคิดว่าน่าจะคุยด้วยได้)เราก็คิดว่าคงไม่มีอะไรมาก ก็ใจง่ายตก
ปากรับคำไป ก็นั่งคุยเป็นเพื่อนพี่ๆเค้าตอนที่ เป็นคิวของรุ่นพี่ไปถ่าย
 
 
 


        ตอนนั้นเจ้าของบล็อกไม่ได้รู้สึก รู้สาอะไรเป็นพิเศษ จะกระทั้งมี คนญี่ปุ่น
(เจ้าของบล็อกเดา เพราะเค้าพูดญี่ปุ่น เเละ พูดอังกฤษ เเต่ไม่พูดไทย) คนนึงเดินมาบอกเจ้าของ
บล็อกว่า Hungry  ค่ะ หิว ก็ต้องพาไปกิน.... เค้าบอกว่า รู้ไหมว่าเเถวนี้ อะไรอร่อย ...
เจ้าของบล็อกก็คิดออกเเค่ก๋วยเตี๋ยวราคาถูกใกล้ๆที่ถ่ายรูปอยู่ ก็เดินพาเค้าไปกิน
หัวชมพูเเบบนั้นเเหละ - -** [ตอนนั้นค่อนข้างอาย] เค้าก็ยืนอยู่นาน นิ่ง ไม่สั่งอะไร เเล้วเจ้าของบล็อกเลยหันไปถามเค้าว่า จะทานอะไร? เค้าก็บอกว่า เหมือนเจ้าของบล็อก  ก็สั่งไป เส้นเล็กน้ำใส ใสหมูเยอะๆ -..-ได้มาสองถ้วย ก็มานั่งที่โต๊ะ ...
 
        ในตอนนั้นเจ้าของบล็อกก็ไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ .... ปกติเเล้ว เจ้าของบล็อกจะเป็นคนไม่กินเผ็ดกินเผ็ดไม่เก่งเลย เเต่เห็นคนตรงข้ามเค้าเป็นคนญี่ปุ่นก็อยากจะอวด (อวดอะไร?!) ว่าคนไทยเมพเฟร๊ยย กินเผ็ดได้เมพมากถึงจะเป็นลูกเด็ก เล็กเเดง ก็กินเผ็ดได้!! ก็เลยใส่พริกไป 1.... 2..... 3..... 4.... เเละ 5  6  .... 
 
 
 
6 ช้อน!!!!! 
 
 
 
 
       รู้ตัวอีกที น้ำซุปใสๆ ก็กลายเป็น น้ำซุปเเดงเถือกพร้อมพิฆาตความอวดเก่งของเจ้าของ
บล็อกซะเเล้ว เเน่ะ คนที่นั่งตรงข้ามเค้าก็ยังนั่งนิ่งไม่ยอมกิน... เจ้าของบล็อกเลยต้องเปิดปากกินก่อน   อยากจะร้องไห้จริงๆ ไม่น่าอวดเก่ง!! =[ ]=!!!
 
 
ใครมาจุดไฟในปากฉ้านนนนนน!!~
 
 
     เผ็ดมาก มาก มากๆๆๆๆๆ เเต่จะเบือนหน้าหนีเดี๋ยวก็เสียฟอร์ม =^= เลยต้องอดทนกินต่อ
เเต่คนฝั่งตรงข้ามเห็นท่าเจ้าของบล็อกก็หัวเราะคิกคัก สุดท้าย เค้าก็ขอเเลกฉามกับเจ้าของบล็อกตอนนั้นเจ้าอของบล็อกก็ไม่อยากเเลก เพราะเป็นห่วงว่าจะกินไม่ได้ เผ็ดมากนะ!! เเต่เค้าก็ไม่ฟัง
เเล้วก็คีบเส้นไปกินเรียบร้อยเลยกลายเป็นว่าต้องเเลก...  เเละไม่น่าเชื่อว่า เค้าจะกิน เผ็ดเก่งมาก...
ซดน้ำซุปหมดชาม = [ ] = ทำเอาเจ้าของบล็อกเก็บเศษหน้าที่เเตกกระจายเต็มพื้นเเทบไม่ทัน 
 
 
 

   พอหมดวันคอส เจ้าของบล็อกก็เเยกย้ายกับรุ่นพี่ เเละ คุณเพื่อนๆของรุ่นพี่ที่เป็นคนต่างชาติ
กลับบ้าน เเต่พอกลับมาบ้านรุ่นพี่ก็โทรมาหา เเล้วบอกเล่าให้ฟังว่า คนญี่ปุ่นคนนั้นพูดถึงเจ้าของ
บล็อกว่าอะไรบ้าง  
 
   พอถึงวันเสาร์ วันเรียนพิเศษเจ้าของบล็อกก็ไปเรียน เเละ เจอกับรุ่นพี่คนเดิมเป็นปกติ เเต่วันนั้นเลิกเรียนเเล้ว รุ่นพี่ก็บอกให้รออยู่นี้ เพราะจะเอาการ์ตูนที่ยืมไปมาคืน ไปเอาที่บ้านเเป๊บ
 เจ้าของบล็อกก็รอ เเต่ ตอนที่นั่งรออยู่ที่สวนสาธารณะในหมู่บ้าน ก็บังเอิญเห็นคุณคนญี่ปุ่นคนนั้
นพอดี =[ ]=  เจ้าของบล็อกเลย หลบหน้า เเกล้งหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน พร้อมกับ
ภาวนาในใจ อย่าเข้ามาเฉียดตรูเลยยยย เเต่เเล้ว เค้าก็เข้ามานั่งข้างๆ เเล้วชวนคุย =^= พร้อมกับบอกว่า เจ้าของบล็อกเป็นคนที่ "พิลึก"พิลึก!!! ตรงไหน มี อวัยวะเท่ากันนะคะ!! =A= 
 
 
 
 
 
      เเละจากนั้น เจ้าของบล็อก กับคุณคนญี่ปุ่นคนนั้น ก็เจอกันเรื่อยๆ เเละมีเหตุการณ์มากมาย = ='' เล่าไม่หวั่นไม่ไหวทั้งเป็นเรื่องที่
 
เจ้าของบล็อกถูกถีบตกน้ำ =[ ]=
 
เจ้าของบล็อกถูกซ่อนกระเป๋านัก [อันนี้เเค้นมา TT^TT] 
 
 
จนวันนึงเจ้าของบล็อกได้รู้ "อีตาบ้านั้น!!" เป็นคนไทย -*-  หลอกตรูเรอะ!!!!! 
 
เเล้วเค้าก็ยังบอกอีกว่า
 
 
 
"พี่ไม่เคยบอกเรา ว่าพี่เป็นคนญี่ปุ่น.... เเละเราก็ใส่ภาษาอังกฤษกับพี่เอง พี่ก็เลยต้องตอบ"
 
 
ฮว๊ากกกกกกกกกกกกกก วันหลังต้องถามไว้สินะ - -+ ว่า อาร์ ยู ไท?!! 
จากนั้นเจ้าของบล็อกกับคุณพี่คนไทย[ไม่ใช่คนญี่ปุ่นล่ะ - -*] ก็ได้เจอกันเรื่อยๆ
เเละคุณรุ่นพี่ก็คอยยุเเยงเล็กๆว่า คุณพี่คนไทยคนนั้นพูดถึงเจ้าของบล็อกบ่อยมาก
[เเต่ส่วนมากจะเป็นเรื่องว่าเจ้าของบล็อกเเปลก] เลยอยากให้ลองคบกัน WTF!!~
จะไปคบกันได้ไงฟร๊ะ!! 
 
 
 
 

เเละ เเล้วสิ่งที่รุ่นพี่พูดไว้ก็เป็นเรื่องจริง =A='' เค้าก็มา ไดสุกี้~ ใส่เจ้าของบล็อก
ทุกครั้งที่เจอหน้า ตื้อคนบ้าบอ อ้วนท้วน หน้าตาไม่ดี เเบบเจ้าของบล็อกมาเป็นเวลาครึ่งปี
=[ ]= โครตอดทน!! คุณรุ่นพี่ก็ถามว่า ทำไมเจ้าของบล็อกไม่ยอมคบกับคุณพี่คนไทยซักที
เจ้าของบล็อกก็ว่า มันยังไม่ใช่เวลามันยังเป็นเรื่องที่เกินตัว เเละ ข้อสำคัญคือ
 
 
"ต่างกันมากเกินไป"
 
 
ไม่ใช่เเค่อายุ เเต่คือต่างกันทุกอย่าง
 
 
 
ฐานะ... บ้าน จขบ เป็นคนฐานะปานกลาง เเต่คุณพี่เค้า ฐานะ.... อืม... เหลือกิน เหลือใช้ 
 
อายุ.... เจ้าของบล็อกยังไม่บรรลุนิติภาวะ  เเต่คุณพี่เค้า  อายุ.... เรียนจบปริญญาตรี [20 นิดๆนั้นเเหละ = ='']
 
การศึกษา... เจ้าของบล็อก ม ปลาย เรียนไม่เก่ง เเต่คุณพี่เค้า การศึกษา... จบมหาลัยชื่อดังที่ญี่ปุ่นมา เกรดสูงซะด้วย -*-
 
รูปลักษณ์... เจ้าของบล็อก อ้วน เตี้ย ดำ =A= ดูไม่ได้!!! เเต่คุณพี่เค้า รูปลักษณ์... ขาว สูง[มาก] ผอม[มาก] ดูดีอ๊ะ!! [ -3- เเต่ไม่ใช่สเป็ก ชิๆ]
 
 
 


หลังจากเจ้าของบล็อกได้ปฎิเสธไปอย่างเด็ดขาดพร้อมเหตุผลเเล้ว คุณพี่คนไทยคนนั้นก็หายๆ
ไป จนกระทั้งวันหนึ่ง... เจ้าของบล็อกไปเรียนพิเศษตามปกติ เเละ วันนี้พี่ชายของเจ้าของบล็อกไป
รับในขณะที่กำลังจะขึ้นรถ คุณพี่คนไทยก็เดินเข้ามาฝากเนื้อฝากตัวกับพี่ชายของเจ้าของบล็อก
 
= [ ] = จะเกินไปเเล้วโว้ยย
 
 
 
 
ไปๆ มาๆ ทั้งพี่ชายเจ้าของบล็อก เเละ คุณพี่คนไทย ก็สนิทกัน เเละเข้ากันได้ดี
เป็นปี่เป็นขลุ่ย...=A= เข้าทางญาติผู้ใหญ่กันเลยสินะ!! เเละ คุณพี่คนไทย
ก็ยังตื้อเจ้าของบล็อกเหมือนเดิม... เเต่ไม่ได้ใช้มุขไดสุกี้เหมือนเมื่อก่อนก็คุยกับเเบบพี่น้อง
สอนการบ้าน เล่นเกมด้วยกัน จนสนิทกัน เจ้าของบล็อกรู้สึกเลยว่า สนิทใจกันมากขึ้นเเละ
กล้าจะปรึกษาปัญหาเล็กๆน้อยด้วย 
 
 

จนเวลาผ่านเกือบปี นับจากเห็นหน้ากัน เจ้าของบล็อกก็ เผลอไปตกปากรับคำ
คบกับเขาจนได้ตอนนั้นเจ้าของบล็อกก็
 
กลัวจะเสียอิสระ
 
กลัวจะถูกโทรตามจนวุ่นวาย
 
กลัวเสียการเรียน
 
 
เเต่เปล่าเลย
 
คุณพี่คนไทยไม่โทรหาเวลาเรียน
 
ไม่ตามติดเป็นปาท่องโก๋
 
 
ไม่จำกัดอิสระเจ้าของบล็อก
 
เรายังคุยเล่นกันเป็นปกติ เหมือนก่อนหน้าจะคบกัน ไม่มีอะไรมาผูกมัด
นอกจากคำพูดที่พูดได้เต็มปากว่า"เป็นเเฟน" เป็นความรู้สึกที่สบายใจกว่าที่คิดไว้
ให้เกียรติ เเละ เคารพในอิสระกันเเละกัน ไม่เหมือนคู่รักวัยรุ่นที่เจ้าของบล็อกเคยเห็นในโรงเรียน
 
 
 
ถึงจะมีทะเลาะกันบ้าง เเต่ก็ไม่เคยทะเลาะกันรุนเเรง เเต่ตั้งเเต่คบกันมา เจ้าของบล็อกไม่รู้ว่าคู่รัก
อื่นเป็นอย่างไรรู้เเค่ว่าคู่ของเจ้าของบล็อกยังไม่เเตะเนื้อต้องตัวกันเลย = ='' คือเจ้าของบล็อกเป็น
คนหัวโบราณ เลยรู้สึกไม่ดีเเต่คุณพี่คนไทยเค้าก็บอกว่าไม่เป็นไร เข้าใจ เเละเราก็ไม่ได้กอดกัน หอมเเก้ม หรืออะไรกัน อย่างมากก็เดินจับนิ้วกัน = =''' [//เเปลกๆ] ดูเหมือนทุกอย่างจะผ่านไปได้
ดี เเละ เเฮปปี้ 
 
 
 
 
 
 
 
เเต่...
 
 
 
 
 
 
 
 
ช่วงหนึ่งคุณพี่เค้าเริ่มหายไป... ปกติวันเสาร์จะเจอกัน ก็ไม่เจอ ปกติถ้าเจ้าของบล็อกเป็นฝ่าย
โทรไปจะรับทันทีเเถมยังมีน้ำเสียงดีใจซะด้วย [หน้าหมั่นไส้ // ปกติเจ้าของบล็อกจะไม่โทรหาก่อน]เเต่ครั้งนี้โทรไปเท่าไรก็ไม่รับ  ก็รู้ข่าวมาว่า เค้าต้องไปทำงานด่วน เลยไม่ได้บอก
ตอนนั้นก็ไม่อะไร เเต่ก็ภาวนาให้เค้าทำงานลุล่วงไปด้วยดี 
 

จนต่อมา เขาก็มีท่าทีเเปลกๆ ขอกอดบ้าง ทั้งๆที่ไม่เคยขอหลังจากตกลงกันเเล้ว
ขอต้องตัวบ้างเเปลกจนรู้สึกกลัว... เจ้าของบล็อกจึงถามเหตุผล เเต่อีกฝ่ายกลับไม่บอก 
 
 
 
 
จนวันที่ 28 มกราคม 2554... เจ้าของบล็อกได้ข่าวว่าคุณพี่คนไทยเข้าโรงพยาบาลเพราะป่วยหนัก เจ้าของบล็อกเลิกเรียนก็ไปเยี่ยม[กับพี่ชายของเจ้าของบล็อก] 
ตอนนั้นพี่คนไทยเค้ามีสีหน้าที่นับได้ว่าสดใส... สดใสเมื่อเทียบกับเครื่องช่วยหายใจ
เครื่องวัดชีพจร เเละอะไรอีกมากมาย เจ้าของบล็อกเห็นครั้งเเรกก็น้ำตาตก....
 
ทำไมเจ้าของบล็อกจะไม่รู้ว่าเค้าเเกล้งยิ้มกันบางครั้ง ก็อยากจะบอกว่า ถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องเถอะ ไม่ต้องยิ้มหรอก ... เเต่ที่พี่เค้ายิ้มก็เพื่อให้เจ้าของบล็อกสบายใจเจ้าของบล็อกก็เลยต้องยิ้มตอบ.. ทั้งน้ำตา
 
 
 
เเละยิ่งวันเวลาผ่านไปเเค่ไหน พี่เค้าก็ยิ่งมีอาการเเย่ลงเรื่อยๆ สายนั้นนี้ ระโยงระยางเต็มไปหมด ใบหน้าก็ซูบตอบลงไป ร่างกายที่ผอมเป็นทุน ก็ผมเเห้งจนเเทบจะเหลือเเต่กระดูก ข้าวปลาก็ไม่ยอมกินถ้าเจ้าของบล็อกไม่ขอร้อง ไม่ป้อนก็ไม่กิน... เเต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยน คือ รอยยิ้ม กับคำพูดเดิมๆ 
 
 
 
 
"ตั้งใจเรียนนะครับ... แล้วพรุ่งนี้เจอกัน" 
 

14 กุมภา วันวาเลนไทน์ วันดีๆ ที่คู่รักจะเเสดงความรักให้กันเเละกัน ...
เเต่ดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างนั้นกับคู่ของเจ้าของบล็อก เมื่อข่าวร้ายออกมาว่า
 
 
 
 
"หัวใจหยุดเต้น ไป 2 ครั้ง"
 
 
หัวใจของพี่เค้า หยุดเต้นไป 2 ครั้งเเต่คุณหมอก็กู้คืนมาได้ ตั้งเเต่มีอาการหัวใจหยุดเต้น...
พี่เค้าก็เเย่ลงเรื่องๆ จนเจ้าของบล็อกได้ยิน หมอคุยกับ ญาติของคุณพี่เค้าว่า
 
 
 
 
 
"ร่างกายแย่มาก อยู่ได้ด้วยกำลังใจ... แต่คนไข้ทรมาณ" 
 
 
 
วันที่ 15 ญาติของพี่เค้า (น้องชายของพี่เค้า [จริงๆเป็นญาติเพียงคนเดียว])
ก็มาปรึกษาเจ้าของบล็อก ว่าจะเอาอย่างไรจะถอดเครื่องช่วยไหม
ตอนเเรกเจ้าของบล็อกค้านหัวชนฝา จะยังไงเจ้าของบล็อกก็อยากจะเชื่อว่าพี่เค้าสามารถหายได้ 
พี่เค้าสามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ เจ้าของบล็อกอยากจะอยู่ข้างๆพี่เค้าต่อไปอีก
เเต่เมื่อได้เห็นสภาพที่ดูเจ็บปวด ที่เเขนอันผอมซูบเต็มไปด้วยรอยช้ำเลือด
จากการฉีดยาวันล่ะ 6 เข็ม ทั้งข้างซ้าย ข้างขวามันก็เจ็บปวด พอๆกันในวันนั้น
 
ก่อนจะกลับ พี่เค้าก็ยังพูดเหมือนเดิม ถึงน้ำเสียงจะพร่าเต็มที ฟังไม่ศัพท์ พูดเเทบไม่เป็นคำก็ยังพูดเหมือนเดิมว่า "ตั้งใจเรียน พรุ่งนี้เจอกัน"
 
 
 

วันที่ 16  ข่าวร้ายดังขึ้นมาเรื่อยๆ พร้อมๆกับสภาพร่างกายที่ดูเหมือนจะมาถึงขีดสุดเเล้ว
น้องชายของคุณพี่เค้าก็มาพูดข้างเตียงว่าถ้าไม่ไหวก็อย่างฝืนตัวเองเลย ถ้าไม่ไหวก็อย่างอดทนอีกเลย ไม่มีภาระอะไรต้องห่วงเรื่องงานจะรับผิดชอบเอง บริหารดูเเลให้ทุกอย่าง  
ในตอนนั้นเจ้าของบล็อกถูกให้พูดทำนองนี้อยู่หลายรอบเเต่ก็ไม่สามารถตัดใจพูดได้ซักรอบ
จนกระทั้ง ตอนเจ้าของบล็อกจะกลับบ้าน... พรุ่งนี้ต้องสอบปลายภาค 
 
 
 
เจ้าของบล็อกเดินไปจับมือพี่เค้า กุมไว้เบาๆ กลั้นน้ำตาที่พร้อมจะเอ่อล้น บอกพี่เค้าช้าๆว่า
 
 
"จะกลับเเล้วนะ ... พรุ่งนี้หนูมีสอบ เเล้วเจอกันนะคะ"
 
 
 
 
พี่เค้าพยักหน้ารับ พร้อมหลับตาลง เเละบีบมือเจ้าของบล็อกเเรงขึ้นอาการนั้นเจ้าของบล็อกรู้ดี... มันเป็นอาการเจ็บปวดที่เกิดจากภายในบีบรัด เพราะในช่วงที่ป่วยมาก
พี่เค้าก็เป็นเเบบนี้มาตลอด น้ำตาก็อดจะไหลไม่ได้ เเต่ถ้าร้อง พี่เค้าจะเป็นห่วง
ก็ต้องกลั้นเอาไว้ ไม่เคยรู้สึกอึดอัดขนาดนั้นมาก่อน ทั้งๆที่ทำใจไว้เเล้ว ....
 
 
เเต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้
 
 
เมื่อเจ้าของบล็อกเดินออกจากห้อง ประตูปิดลง ยังไม่ทันได้เดินไปไหนน้องชายของพี่เค้าก็วิ่งออกมาเเล้วบอกว่า 
 
 
 
 
"พี่หัวใจไม่เต้น!!!"
 

สีหน้า น้ำเสียง ทำให้เจ้าของบล็อกเเทบเสียสติ เดินเข้าไปดูในห้อง สัญญาณชีพนิ่งสนิทใน
ขณะที่น้องชายพี่เค้าไปตามพยาบาล เจ้าของบล็อกก็ได้เเต่จับมือร่างที่ไร้สัญญาณชีพของพี่เค้า
เขย่าเท่าไหร่ บีบเท่าไหร่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมา ไม่มีท่าทีว่าจะพูดอะไร 
จนได้เเน่ใจ เมื่อพยาบาลตรวจจนหมด












เขาไปแล้ว







เมื่อเเน่ใจว่าร่างนั้นไร้วิญญาณ เจ้าของบล็อกก็รู้สึกเหมือนตัวเองจะไร้วิญญาณไปด้วย
เสียงร่ำไห้ของตัวเองอื้ออึงไปหมด หัวใจบีบรัดจนเเน่นหน้าอก หายใจไม่ทัน
โรคหอบที่เป็นก็กำเริบ โผเข้ากอดร่างที่ไร้วิญญาณนั้นเเทบในทันที... เเต่ก็ระวังไม่ให้น้ำตาต้องหยดใส่.... ไม่อยากให้พี่เค้าเป็นห่วง...





วันรุ่งขึ้น ศพก็ถูกส่งกลับญี่ปุ่นเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาที่นั้น... และ นั้นก็เป็นครั้งสุดท้าย
 ที่เราได้เจอกันเเต่ตั้งเเต่วันเเรก จน วันสุดท้าย เจ้าของบล็อกยังจดจำได้ทุกรายละเอียด 
 
ไม่สามารถบรรยายได้เลยว่าช่วงเวลาที่ได้เจอกันนั้นมันเเสนวิเศษเเค่ไหน 
เเละช่วงเวลาที่จากกันมันเจ็บปวดเเค่ไหน เลิกๆกันไป ยังไม่เจ็บปวดใจเท่ากับจากกันไปเเบบนี้
 
 
เเต่เจ้าของบล็อกเองก็เสียใจที่ไม่ได้พูดหลายๆอย่าง ไม่ได้ทำหลายๆอย่าง
ที่อยากทำร่วมกันกับพี่เค้า  เเต่เวลาก็คงย้อนไปไม่ได้  เจ้าของบล็อกยังพูดได้เต็มปากว่า
ยังร้องไห้อยู่กับเรื่องนี้ เเม้ขณะที่พิมพ์อยู่นี้ถึงเวลาจะผ่านมาเป็นปี เเละ โรคที่พี่เค้าเสีย
ก็เป็นโรคเดียวกับปุ่ของเจ้าของบล็อก 

 
เจ้าของบล็อกไม่รู้ว่าอนาคตเจ้าของบล็อกจะเจอคนดี หรือ ไม่ดีเเค่ไหนอย่างไร 
เเต่เจ้าของบล็อกพูดได้เต็มปากเลยว่า
 
 
 
พี่เค้าเป็นคนดีที่สุดคนหนึ่งที่เจ้าของบล็อกได้เจอในชีวิต 
 
 
 
 
อยากจะเกลียดคนคนนั้น.....
 
 
 
                                           คนที่หลอกลวง เสเเสร้ง ว่าตนเองนั้นไม่เป็นไร
 
เเต่ก็รุ
 
 
 
 
 
.................... ว่าทำไปเพราะใคร เพราะอะไร....................
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
                                                                               เกลียดพี่ไม่ลงจริงๆ....

Comment

Comment:

Tweet

แง เศร้าอ่า
ร้องไห้ตามเลย TwT
เป็นกำลังใจให้นะคะ
จขบ.เก่งมากเลย สู้ๆนคะ :D

#2 By AYAME on 2012-02-22 19:07

เป็นกำลังใจให้ค่ะ big smile
อดีต บางครั้งก็สุข บางครั้งก็เศร้า
แต่เราก็ยังคงนึกถึงมันค่ะ

#1 By Kawii JokeKo on 2012-02-16 23:26